อริยสัจ : ทุกข์ (ธรรมที่ควรรู้)
ทุกข์ เป็นธรรมชาติอย่างหนึ่งที่ปรากฎในกายและจิตใจของคนทุกคน เรียกว่า ทุกข์กาย ทุกข์ใจ เกิดความไม่สงบกาย ไม่สงบใจ ทุกข์จึงเป็นของจริงอย่างหนึ่งที่ทุกคนต้องมี ต้องเป็น และไม่เป็นสิ่งที่พึงปรารถนาของมนุษย์ พระพุทธเจ้าทรงให้คำจำกัดความของทุกข์ไว้ด้วยการยกตัวอย่างของเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจริง และสามารถมองเห็นได้ง่าย และสรุปว่า อุปาทานขันธ์ 5 (ขันธ์อันประกอบด้วยอุปาทาน ได้แก่ ขันธ์ 5 หรือเบญจขันธ์ คือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ) เป็นที่ตั้งแห่งความทุกข์ทั้งสิ้น ดังพระดำรัสตอนหนึ่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย นี้คือทุกขอริยสัจ คือความเกิดเป็นทุกข์ ความแก่เป็นทุกข์ ความตายเป็นทุกข์ ความประจวบกับสิ่งที่ไม่เป็นที่รักเป็นทุกข์ ความพลัดพรากจากสิ่งที่รักเป็นทุกข์ ปรารถนาสิ่งใดไม่ได้ดังปรารถนาเป็นทุกข์ โดยสรุป อุปาทานขันธ์ 5 เป็นทุกข์” ทุกข์จึงมีความหมายถึงอุปาทานขันธ์ 5 คือ ความยึดถือว่าเป็นของตนเอง ตัวอย่างเช่น ยึดถือว่า “ตัวฉัน” หรือ “ของฉัน” สิ่งนั้นก็คือทุกข์ ในสิ่งที่มีความยึดมั่นว่า “ตัวฉัน” หรือ “ของฉัน” แล้วจะไม่สามารถพ้นจากทุกข์ได้เลย นั่นคือจะหลงมัวเมา หมกมุ่น ยึดตัวตนของเราตลอดเวลา เป็นต้น
ขันธ์ 5ขันธ์ 5 หรือ เบญจขันธ์ หมายถึง กองแห่งรูปธรรมและนามธรรมห้าหมวดที่ประชุมกันเข้าเป็นหน่วยรวม ซึ่งบัญญัติเรียกว่า สัตว์ บุคคล ตัวตน เรา เขา เป็นต้น หรือส่วนประกอบห้าอย่างที่รวมเข้าเป็นชีวิต ประกอบด้วย
- รูปขันธ์ หมายถึง กองรูป, ส่วนที่เป็นรูป ร่างกาย พฤติกรรม และคุณสมบัติต่าง ๆ ของส่วน
ที่เป็นร่างกาย, ส่วนประกอบฝ่ายรูปธรรมทั้งหมด หรือสิ่งที่เป็นร่างพร้อมทั้งคุณและอาการ - เวทนาขันธ์ หมายถึง กองเวทนา, ส่วนที่เป็นการเสวยรสอารมณ์ หรือความรู้สึก สุข ทุกข์หรือเฉยๆ
- สัญญาขันธ์ หมายถึง กองสัญญา, ส่วนที่เป็นความกำหนดหมาย หรือความกำหนดได้หมายรู้ในอารมณ์ 6 เช่นว่า ขาว เขียว ดำ แดง เป็นต้น
- สังขารขันธ์ หมายถึง กองสังขาร, ส่วนที่เป็นความปรุงแต่ง, สภาพที่ปรุงแต่งจิตให้ดีหรือช่วยหรือเป็นกลาง ๆ หรือคุณสมบัติต่าง ๆ ของจิต มีเจตนาเป็นตัวนำ ที่ปรุงแต่งคุณภาพของจิต ให้เป็นกุศล อกุศล อัพยากฤต (บอกไม่ได้ว่าเป็นกุศลหรืออกุศล คือ เป็นกลาง ๆ ไม่ดีไม่ชั่ว ไม่ใช่กุศลไม่ใช่อกุศล)
- วิญญาณขันธ์ หมายถึง กองวิญญาณ, ส่วนที่เป็นความรู้แจ้งในอารมณ์ หรือความรู้อารมณ์ทางอายตนะทั้ง 6 มีการเห็น การได้ยิน การดมกลิ่น การได้ลิ้มรส การได้สัมผัส และรับรู้ด้วยใจ (ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ)
ขันธ์ 5 นี้ ย่อลงมาเป็น 2 คือ รูป และนาม รูปขันธ์จัดเป็นรูป เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ วิญญาณขันธ์ จัดเป็นนาม อีกอย่างหนึ่ง จัดเข้าในปรมัตถธรรม 4 : วิญญาณขันธ์ เป็น จิต เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ และสังขารขันธ์ เป็น เจตสิก (อาการหรือคุณสมบัติต่าง ๆ ของจิต เช่น ความโลภ โกรธ หลง ศรัทธา สติ เมตตา เป็นต้น) รูปขันธ์ เป็น รูป ส่วนนิพพาน เป็น ขันธวินิมุต คือ พ้นจากขันธ์ 5
ธาตุ 4
ธาตุ 4 หมายถึง สิ่งที่ทรงสภาวะของตนอยู่เอง คือมีอยู่โดยธรรมดา เป็นไปตามเหตุปัจจัย ธาตุ 4 หรือมหาภูตรูป (รูปใหญ่หรือร่างกายกาย คือ ส่วนประกอบที่สามารถมองเห็นได้และจับต้องได้ สัมผัสได้ ร่างกายประกอบด้วยธาตุ 4 ได้แก่
- ปฐวีธาตุ ได้แก่ ธาตุดิน คือ สิ่งที่มีลักษณะแข็ง ภายในตัวเราก็มี ภายนอกก็มี ธาตุดินที่มีภายในตัวเราได้แก่ ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง เนื้อ เอ็น กระดูก เยื่อในกระดูก ม้าม หัวใจ ตับ พังผืด ไต ปอด ลำไส้ใหญ่ ลำไส้เล็ก อาหารใหม่ อาหารเก่า หรือสิ่งอื่นใดก็ตามในตัว ที่มีลักษณะแข็ง เป็นต้น
- อาโปธาตุ ได้แก่ ธาตุน้ำ คือ สิ่งที่มีลักษณะเอิบอาบ ซึมซาบ ดึงดูด ภายในตัวเราก็มี ภายนอกตัวเราก็มี ธาตุน้ำที่มีภายในตัวเรา ได้แก่ ดี เสลด หนอง เลือด เหงื่อ มันข้น น้ำตา เปลวมัน (มันเหลว) น้ำลาย น้ำมูก ไขข้อ มูตร (น้ำปัสสาวะ) หรือสิ่งอื่นใดก็ตามในตัว ที่มีลักษณะเอิบอาบ เป็นต้น
- เตโชธาตุ ได้แก่ ธาตุไฟ คือ สิ่งที่มีลักษณะร้อนหรืออุณหภูมิ ภายในตัวเราก็มี ภายนอกตัวเราก็มี ธาตุไฟที่มีอยู่ภายในตัวเรา ได้แก่ ไฟที่ยังกายให้อบอุ่น ไฟที่ยังกายให้ทรุดโทรม ไฟที่ทำกายของเราให้กระวนกระวาย และไฟที่เผาผลาญอาหารให้ย่อย หรือมีลักษณะใดลักษณะหนึ่งซึ่งมีลักษณะร้อนหรืออบอุ่น
- วาโยธาตุ ได้แก่ ธาตุลม คือ สิ่งที่มีลักษณะเคลื่อนไหว มีลักษณะพัดผันเคร่งตึง ยึดหยุ่น ภายในตัวเราก็มี ภายนอกตัวเราก็มี ธาตุลมที่มีภายในตัวเรา ได้แก่ ลมพัดขึ้นเบื้องบน ลมพัดลงเบื้องต่ำ ลมในท้อง ลมในไส้ ลมซ่านไปตามตัว ลมหายใจ หรือในรูปแบบอื่นใดอันมีลักษณะพัดผันไป เป็นต้น
ขันธ์ 5
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น